วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556

อิทธิพลของสื่อต่อสังคม : ศึกษากรณีสื่อภาพยนตร์



อิทธิพลของสื่อต่อสังคม : ศึกษากรณีสื่อภาพยนตร์ 

สวัสดีครับบบ!!   

วันนี้ผมจะขอนำเสนอเรื่องราวของอิทธพลของสื่อที่มีต่อสังคม



ภาพยนตร์หรือที่เราเรียกกันว่าหนังนั้น ทุกวันนี้ถือได้ว่าเป็นอีกสื่อหนึ่งซึ่งทรงอิทธิพลมาก ถึงแม้นักวิชาการบางท่านอาจมองว่ามีอิทธิพลน้อยกว่าสื่ออื่นๆ เช่นโทรทัศน์ เพราะเรามีโทรทัศน์กันเกือบทุกบ้าน และมีการเลือกชมโทรทัศน์กันอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้โทรทัศน์เป็นสื่อที่ครอบงำสังคมโลกไปแล้ว แต่ผมมองในอีกมุมมองหนึ่งว่า สื่อโทรทัศน์หากเราไม่ต้องการบริโภคเราก็ไม่ต้องไปเปิดดู แต่ภาพยนตร์เป็นสื่อที่ผู้ที่เข้าชมต้องมีความอยากจะบริโภคแล้วเลือกที่จะ เดินเข้ามาชมเอง เป็นสื่อที่ผู้บริโภคต้องพร้อมที่จะเกิดความ “ยินยอม” ที่จะบริโภคเท่านั้น


บทบาทหน้าที่ของภาพยนตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้ความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้เพื่อการศึกษา ทั้งสำหรับการเรียนการสอน หรือการฝึกอบรมตามหลักสูตรโดยตรง ภาพยนตร์ยังทำให้เกิดค่านิยมด้านต่างๆได้ ทั้งทางดีและทางไม่ดี เช่น ค่านิยมที่ดีทางจริยธรรม ได้แก่ ความกตัญญู ความเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ ความสุภาพเรียบร้อย ความเสียสละ ความประพฤติที่ควรยกย่องตามแบบของสังคมไทย ภาพยนตร์บางเรื่องทำให้ผู้ชมเกิดความคิด ความเชื่อในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การแก้แค้น การเอาตัวรอด การกอบโกยผลประโยชน์ ซึ่งถือได้ว่าสื่อภาพยนตร์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อชีวิตประจำวันของ ปัจเจกบุคคล และมีอิทธิพลต่อภาพใหญ่ของสังคมทั้งในด้านการเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจแล้ว การพัฒนาสื่อภาพยนตร์ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม แต่การที่ "ภาพยนตร์" ในฐานะ "สื่อ" ที่จะทำหน้าที่ต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขปัจจัยของการมี "สิทธิ" และ "เสรีภาพ" อันเหมาะสมเป็นสำคัญ

ภาพยนตร์มีอิทธิพลต่อสังคมมากน้อยเพียงใด ให้สังเกตจากการเกิดกระแสความนิยมในตัวละครที่โลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม แล้วพัฒนาความนิยมไปเป็นการเกิดพฤติกรรมเลียนแบบนักแสดงตามมา ไม่ว่าจะเป็น ในยุคหนึ่งที่วัยรุ่นเมืองไทยมีแฟชั่น ต้องตัดผมรองทรงสูงและเดินเอียงคอตามแบบ “สุภาพบุรุษทรชน” ในกรณีของเด็กอาชีวะที่มีการยกพวกตีกัน หรือก่อคดีปล้นแล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ โดยอ้างว่าเลียนแบบมาจากภาพยนตร์ กระทั่งมีเด็กนักเรียนชั้นประถม ไปสักยันต์ “มหาอุด” เลียนแบบตัวละครเอกในภาพยนตร์ หรือกรณีชาวอำเภอพรหมพิรามต่อต้านภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เป็นต้น

นอกจากนี้คุณลักษณะพิเศษของภาพยนตร์อีกประการคือ สามารถนำข้อเท็จจริงหรือสร้างจินตนาการให้เกิดความบันเทิงด้วยเทคนิควิธีการ ต่างๆ ได้หลายแบบ เช่นทำให้เห็นสิ่งแปลกๆพิศดาร สิ่งที่ชวนให้ตื่นเต้นเร้าใจ หรือทำให้ดีใจ เสียใจ สะเทือนอารมณ์ ซึ่งบางครั้งการสร้างภาพยนตร์เพื่อการบันเทิงที่เกินขอบเขตด้านศิลธรรม จริยธรรมของสังคม อาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงตามมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคสื่อหลอมรวมที่ไม่เพียงเนื้อหาใดๆ สามารถบีบอัด ส่งต่อ แพร่กระจาย จากสื่อหนึ่งไปอีกสื่อหนึ่งได้อย่างแทบจะไร้ข้อ จำกัดในเรื่อง ระยะทาง เวลา และ สถานที่ใดๆ ทำให้การเผยแพร่ข้อมูลทำได้ในเพียงช่วงพริบตา แต่ผลที่ตามมาของมันกลับสะท้านสะเทือนต่อเนื่องไปสู่วงกว้าง และอาจส่งต่อความเกลียดชังข้ามรุ่นไปได้


ยกตัวอย่างเช่น กรณีการประท้วงของชาวมุสลิมที่ลุกลามไปทั่วโลก เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมของเนื้อหาในภาพยนตร์เรื่อง Innocence of Muslims ภาพยนตร์อิสระผลงานของ แซม เบซิล นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวสหรัฐที่มีจุดประสงค์ในการสร้างเพื่อใช้ในการ ต่อต้านศาสนาอิสลาม และล้อเลียนเรื่องราวชีวิตของศาสดานบีมุฮัมมัด เนื้อหาของภาพยนตร์เป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตของ นบีมุฮัมมัดในฐานะคนธรรมดาและมีประเด็นของรักร่วมเพศ รวมถึงการส่งเสริมทาสเด็กและการคบชู้ เรื่องราวในภาพยนตร์ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนาที่ไปสู่ความขัดแย้ง ทางการเมือง จนเกิดความไม่พอใจของเหล่าชาวมุสลิมต่อภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาลบหลู่นบีมุฮัม มัด แต่ตัวผู้สร้างเองกลับออกมายืนยันถึงจุดยืนทางการเมืองของตน พร้อมอ้างว่า Innocence of Muslims เป็นภาพยนตร์การเมืองไม่ใช่ภาพยนตร์ทางศาสนา  การลุกขึ้นมาประท้วงของชาวมุสลิมในครั้งนี้ตอกย้ำอำนาจของสื่อภาพยนตร์ที่มี มากมาย หากใช้ในทางที่ถูกแล้วจะมีคุณประโยชน์ทางการสื่อสาร แต่หากนำไปใช้ในทางที่ไม่ควรก็อาจกลายเป็นระเบิดปรมาณูดีๆนี่เอง จึงมิแปลกใจที่ในประเทศเยอรมันช่วงสมัยของฮิตเลอร์ได้ใช้ภาพยนตร์ในการชวน เชื่อประชาชน หรือในรัสเซียมีการใช้ภาพยนตร์เพื่อเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนความคิดของคน (brainwash) เพื่อโค่นล้มอำนาจของพระเจ้าซาร์ ด้วยอิทธิพลของสื่อภาพยนตร์ ที่มีอำนาจอย่างมหาศาล จึงมิต้องสงสัยเลยว่าทุกประเทศในโลก จึงต้องมีการควบคุมภาพยนตร์โดยรัฐบาล หากมองว่าภาพยนตร์เป็นสื่อที่มีอำนาจดังที่เราได้พบเห็นในปรากฏการณ์ที่เกิด ขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว การจัดวางอำนาจของภาพยนตร์ให้ถูกที่ถูกทางนั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้สร้าง ผู้ควบคุมกฎระเบียบตลอดจนผู้ชมต้องพึงตระหนักและเรียนรู้ให้เท่าทัน และควรใช้เสรีภาพในการแสดงออก หรือสร้างภาพยนตร์อย่างมีขอบเขต โดยควรเคารพถึงสิทธิเสรีภาพ และไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามความเชื่อของผู้อื่นด้วย เพราะภาพยนตร์หากนำไปใช้ในทางที่ถูกก็จะผลิดอกออกผลสวยงามให้ได้เก็บกิน แต่หากใช้ในทางที่ผิดหรือไม่เหมาะสมแล้วก็อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือโศกนาฏกรรมขึ้นได้





วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โปสเตอร์หนังเรื่อง "ลัดดาแลนด์"

สวัสดีครับบ!!
     
     วันนี้ผมจะนำเอาโปสเตอร์หนังเรื่อง "ลัดดาแลนด์"



          โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง ลัดดาแลนด์นี้ หากมองดูแล้วก็คงคาดเดาไม่ยากว่าเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญแน่นอน ทั้งจากผีที่นั่งอยู่บนป้ายหมู่บ้าน และจากประโยคที่เขียนไว้บนมุมขวาบนของโปสเตอร์ที่ว่า หมู่บ้านแห่งนี้คำว่าความสุขสันต์ มันหมายถึงความสุดสยอง” ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของชนชั้นกลางไทยที่ติดอยู่ในกระแสทุนนิยม โดยเสนอให้เห็นถึงปัญหาของสถาบันครอบครัวไทย ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวเริ่มเหินห่างเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่บีบบังคับ ซึ่งผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวพยายามเติมเต็มความสุขที่ขาดหายไปของสมาชิกในครอบครัวด้วยวัตสิ่งของหรือการซื้อบ้านหลังใหญ่โตเพื่อเติมเต็มความสุขให้กับสมาชิกในครอบครัว  

          การใช้สีโทนดำ-น้ำตาล ยังเป็นการใช้สีที่เหมาะสมกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญ เมื่อดูแล้วทำให้เรารู้สึกหดหู่และน่ากลัว ป้ายหมู่บ้านลัดดาแลนด์ซึ่งเป็นสีแดงเด่นก็สะท้อนถึงความสยอดสยองหรือการที่จะมีเหตุการณ์สยองขวัญ
ฆาตรกรรมขึ้นในหมู่บ้านเป็นอย่างแน่นอน และเสื้อที่นักแสดงนำใส่มีการใช้โทนสีเทา ซึ่งสื่อถึงอารมณ์ความเศร้าและหมองหม่นได้เป็นอย่างดี




          รูปแบบและสีของโปสเตอร์ข้างต้นนี้ ให้อารมณ์ถึงความเป็นหนังสยองขวัญได้เป็นอย่างดี โดยการใช้สีดำทำให้เราเกิดความรู้สึกความวังเวงยามค่ำคืน และการใช้กราฟฟิคสีขาวนวลก็ให้ความรู้สึกถึงความเยือกเย็นเข้ากับบรรยากาศ นอกจากนี้จากภาพยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของสังคมไทย ที่มองว่าแมวดำเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายและความอัปมงคลอีกด้วย
          สิ่งที่ผมชอบและคิดว่าเป็นเสน่ห์ที่ซ่อนในเรื่องนี้ก็คือ เป็นหนังผีที่ไม่ใช่หนังผีกล่าวคือภาพยนตร์เรื่องนี้มีแกนหลักเน้นสะท้อนปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบัน และการยึดติดกระแสการบริโภคนิยม โดยมีผีเป็นตัวดำเนินเรื่องที่มีนัยยะหมายถึงปัญหาต่างๆในประเทศที่ถูกซ่อนเอาไว้ โดยอาจกล่าวได้ว่าเบื้องหลังภาพความสวยงามของบ้านนั้นเต็มไปด้วยความน่ากลัวและปัญหาต่างๆนานา โดยสังเกตจากโปสเตอร์จะเห็นได้ว่า ผีในเรื่องนี้มีอิริยาบถเกือบเหมือนคนปกติ กล่าวคือไม่ได้เน้นภาพผีที่น่าหวาดกลัว สยดสยอง หรือความสามารถเหาะเหินเกินความเป็นจิง  ซึ่งผมวิเคราะห์ว่าหากผีเปรียบได้กับปัญหาต่างๆของสังคมแล้ว ผีที่ยังดำเนินชีวิตเหมือนปกติ มาในรูปแบบคล้ายคนก็อาจหมายความว่าปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาเรื่องการตามกระแสทุนนิยม บริโภคนิยม ปัญหาความรุนแรงในสังคม ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย


ขอบคุนครับ 

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อยากรวยไม่ยากครับ :))

คุณอยากรวยโดยไม่ต้องเหนื่อยไหม??

วันนี้ผมจะมาแนะนำหนังสือที่ทำให้คุณต้องหันมอง


หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า เล่นหุ้น ออนไลน์ ไม่ยาก

ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบในการอ่านหนังสือสักเท่าไร เวลาผมเห็นหนังสือ ก็ไม่อยากที่จะทำความเข้าใจกับมัน เพราะเห็นตัวอักษรเต็มไปหมด แต่เมื่อเวลามีแรงกระตุ้นขึ้นมา ผมก็มีแรงฮึด!! แต่อ่านได้สักพัก
ก็เกิดอาการง่วงนอนทันที แต่เมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน 

หลายคนคงสงสัยว่า หนังสือเล่มนี้ คือหนังสือหุ้นนะ!! จะเพลิดเพลินได้ไง เพราะ เรื่องหุ้นเป็นสิ่งที่แค่คิดก็ปวดหัวแระ T_T เหตุผลที่ผมบอกว่าเพลิดเพลินก็เพราะว่า หนังสือเล่มนี้นำภาพการ์ตูนมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง นั่นง่ะๆๆ งง กันอีกแล้วใช่ม้าาาา 5555 ทำไมต้องมีการดำเนินเรื่อง หุ้นนี่สามารถทำเป็นเรื่องๆได้เลยหรอ นี่แหละครับ คือสิ่งที่ผมสนใจในหนังสือเล่มนี้ การนำเอาตัวการ์ตูนมาเป็นตัวละครเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน การเล่นหุ้นเบื้องต้น และวิธีการเล่นที่ถูกต้องเพราะการเล่นหุ้นเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงสูง

การที่ผมบอกว่าอยากรวยโดยไม่ต้องเหนื่อยนั้น สามารถทำได้จริงๆ
ถ้าคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แต่คุณต้องศึกษาอย่างลึกซึ้ง ไม่อย่างนั้น คุณอาจจะจนโดยไม่ต้องเหนื่อยได้ด้วยเช่นกัน

*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน
นี่คือ สโลแกนของการลงทุนทั่วไป 

เมื่อคุณได้อ่านเล่มนี้แล้ว ลองเปิดใจกับมัน แล้วคุณจะมีความคิดที่กว้างไกล และโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว 

รับประกัน อ่านจบ เล่นหุ้นเป็นทันที

เอาละครับผมจะมาสรุปให้นะครับว่าถ้าคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว จะได้อะไรบ้าง??

เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้ คุณจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการลงทุนโดยการเล่นหุ้น ออนไลน์ โดยเริ่มต้นจากการนำเอาตัวการ์ตูน มีเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยเริ่มจากคนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับหุ้นเลย แถมยังมีอคติเกี่ยวกับการลงทุนอีก แต่เมื่อเขาได้ไปพบกับคนที่สนใจ เขาก็ลองเปิดใจดู เมื่อเขาลองเริ่มศึกษาเรื่อยๆ เขาก็รู้วิธีการลงทุนที่ถูกต้องและมีเพื่อนต่างเพศต่างวัยเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จากการเล่นหุ้นออนไลน์นี่เอง แต่การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงมาก แต่ถ้าคุณได้มีการศึกษาและติดตามเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของโลกอยู่ตลอด คุณก็สามารถเป็นผู้นำในด้านเศรษฐกิจได้อย่างเต็มตัวครับ


สุดท้าย ผมหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากการนำเสนอของผมไม่มากก็น้อยนะครับ  ขอบคุณค้าบบบบบ   :))))



วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วรรณกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้


สวัสดีครับ!!  วันนี้ผมจะมานำเสนอสื่อการสอนที่มีชื่อว่า "วรรณกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้"

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าสื่อการเรียนการสอนคืออะไร

มีประโยชน์อย่างไร

          สื่อการสอน หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการการเรียนการสอน เพื่อเป็นตัวกลางในการนำส่งหรือถ่ายทอดความรู้ ทักษะ  

-->และเจตคติ จากผู้สอนหรือแหล่งความรู้ไปยังผู้เรียน -->

         

--> ประโยชน์ของสื่อการสอน
1. ช่วยให้คุณภาพการเรียนรู้ดีขึ้น เพราะมีความจริงจังและมีความหมายชัดเจนต่อผู้เรียน
2. ช่วยให้นักเรียนรู้ได้ในปริมาณมากขึ้นในเวลาที่กำหนดไว้จำนวนหนึ่ง
3. ช่วยให้ผู้เรียนสนใจและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการเรียนการสอน
4. ช่วยให้ผู้เรียนจำ ประทับความรู้สึก และทำอะไรเป็นเร็วขึ้นและดีขึ้น
5. ช่วยส่งเสริมการคิดและการแก้ปัญหาในขบวนการเรียนรู้ของนักเรียน  

           สื่อที่ผมจะเอามานำเสนอให้ดู เป็นสื่อที่เหมาะกับนักเรียนที่อยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา สิ่งที่สื่อตัวนี้มีก็คือ กิจกรรมและคำถามท้ายบท เป็นเรื่องที่ดีมาก ทำให้นักเรียนได้ทบทวนบทเรียน และมาดูหน้าตาของสื่อตัวนี้พร้อมกับประโยชน์ของสื่อชิ้นครับ


ภายในสื่อชิ้นนี้ ก็จะประกอบไปด้วยวรรณกรรมอยู่ 3 เล่ม ประกอบด้วย


          1.แสงของพระอาทิตย์ 
ความคิดรวบยอด : ดวงจันทร์เป็นดาวที่เย็นแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีแสงออกมาจากตัวดวงจันทร์เอง แต่แสงที่เห็นมาจากดวงจันทร์นั้นมาจากแหล่งกำเนิดแสง ใกล้ๆ คือ ดวงอาทิตย์
จุดประสงค์การเรียนรู้  : นักเรียนทราบถึงการเกิดแสงของดวงจันทร์

          2.มีมี่ สาวน้อยยอดนักสืบ
ความคิดรวบยอด : การใคร่ครวญทดสอบพิสูจน์จะทำให้ได้ความจริงที่เป็นประโยชน์ 
จุดประสงค์การเรียนรู้  : นักเรียนสามารถเล่าเรื่องย้อนกลับได้ สามารถสรุปเนื้อเรื่องและลำดับเหตุการณ์ของเรื่องได้ และสามารถอธิบายวิธีการเกิดหยดน้ำเกาะได้

           3. หน้าที่ใคร 
ความคิดรวบยอด : ความรับผิดชอบ ทำให้หน้าที่การงานบรรลุความสำเร็จตามความมุ่งหมาย
จุดประสงค์การเรียนรู้  : นักเรียนสามารถบอกสาระสำคัญของเรื่องได้ และสามารถบอกข้อคิดของเรื่องได้





ผมจะสาธิตวิธีการเรียนรู้เกี่ยวกับสื่อชื้นนี้ครับ


 

ผมหวังว่าจะได้รับความรู้จากสื่อการสอนชิ้นนี้ไม่มากก็น้อยครับ
จากวิดีโอชิ้นนี้ครับ 
ถ้าหากเกิดปัญหาดูวิดีโอไม่ได้ สามารถคลิ๊กลิ้งค์จากที่นี่ครับ http://www.youtube.com/watch?v=WvpP2piE07w&list=HL1349931890&feature=mh_lolzกดตามลิ้งค์จะชัดกว่านะครับ!!


ขอขอบคุณสื่อ วรรณกรรมเสริมสร้างความรู้ จากตึกคณะ ศึกษาศาสตร์ ชั้น 8 ห้อง 804-805 และพี่ๆน้องๆที่ต้องการใช้สื่อการเรียนการสอน สามารถมายืมได้ที่ห้องนี้ครับ


 


วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

นิยามคำว่า"เข้าใจ"

คำว่า"เข้าใจ"เป็นเรื่องที่ทุกคนควรที่จะมี อย่างแรกต้องเข้าใจตัวเองก่อน
ว่าตนชอบอะไร อยากทำอะไร อยากได้อะไร ไม่ใช่ว่าคิดว่าตัวเองทำได้
แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อย่างที่ตนเข้าใจ อย่างที่สอง ต้องเข้าใจคนอื่น
โดยเฉพาะคนที่เราสนิท ไม่ใช่คิดแทนคนอื่น คิดว่าเขาจะทำได้อย่างที่เราเข้าใจ
แต่จริงๆแล้ว มันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ แล้วสุดท้ายที่สุดเราก็ต้องมาเสียใจเอง
เพราะเราเข้าใจผิด บางคนอยากให้คนอื่นเข้าใจตน แต่ไม่ยอมเปิดใจ รับความคิดเห็น
ของผู้อื่นเลย มันยิ่งทำให้บันทอนจิตใจตนเองมากกว่า คำว่าเข้าใจ เป็นสิ่งสำคัญมาก
ในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ แต่บางทีผมก็ไม่เข้าใจตนเองว่าอยากได้อะไร อยากทำอะไร
แต่ผมอยากให้คนอื่นๆเข้าใจในตัวผม แต่มันก็เป็นไปได้ยาก เพราะแม้ตัวผมเอง ยังไม่เข้าใจ
ตัวเองเลย คนอื่นจะเข้าใจตัวผมได้อย่างไร บางทีก็สับสนในตัวเองว่าต้องการอะไร
แต่ผมจะพยายามทำตัวให้เข้าใจ ในเรื่องต่างๆให้มากขึ้น ผมอยากขอโทษใครสักคนผ่านบล็อกนี้
การที่ผมทำตัวแบบนี้ ทำให้เขาคนนั้นรู้สึกแย่ในตัวผม เขาอาจจะไม่เข้าใจว่าผมรู้สึกอย่างไร
เป็นเรื่องธรรมดาที่คน2คนจะมีความคิดที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แต่อยากจะบอกว่า
ผมเข้าใจเขาในทุกเรื่อง ถึงบางทีผมทำตัวเรื่องมาก ไร้สาระไปวันๆ เป็นคนที่ไม่มีความแน่นอนในชีวิต
แต่อยากให้รู้ว่าคนธรรมดาคนนี้ เป็นคนที่เข้าใจเขามากที่สุด ขอบคุณครับ

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

นิยามคำว่า "เกรียน"


คำว่า"เกรียน" สามารถนิยามได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ การพูดการจา
เกรียน เป็นศัพท์สแลงแทนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ก่อกวน ไร้เหตุผล
ผมมีเพื่อนอยู่ 4 คน รวมผมด้วยเป็น 5 คน 1 ชื่อ ไข่เจียว(บางบ่อ) คนที่ 2 ชื่อ กิด(คลอง8)
คนที่ 3 ชื่อ แก็ป(แม้นศรี) คนที่ 4 ชื่อ บาส(สุราษ) ส่วนผมชื่อ บัดดี้(สุขา) ความเกรียนของแต่ละคน
มีความพิเศษที่แตกต่างกันออกไป เวลาที่อยู่ด้วยกัน จะเรียกแทนตัวเองกันว่า "นักสู้"
เวลารวมตัวกันครบ 5 คน จะมีความสนุกสนาน หรือมีเรื่องเล่าที่แสนจะเฮฮาออกมาไม่เว้นแต่ละวัน
ช็อคโกแลตที่เฟชมาร์ทเป็นของว่างอันโอชาของพวกเรา ถ้าวันไหนไม่ได้กินเหมือนขาดอะไรไปอย่างนึง
ถึงแม้ช็อคโกแลตที่สวิสหรือเป็นช็อคโกแลต 5 บาท ก็หมดได้ภายในพริบตา
เวลาเรียนพวกเราจะนั่งกันเป็นกลุ่ม ถ้ามีงานที่ต้องทำ พวกเราจะทำกันไม่เกิน 5 นาที ก็เรียบร้อย
ไม่ใช่ว่าขี้เกียจนะครับ แต่สมองของพวกผมมีความสามารถที่ไร้เทียมทาน ไม่มีผู้ใดสามารถมาล่มบัลลังก์
ของพวกผมได้ งานที่สั่งมาเป็นเดือน พวกผมสามารถทำเสร็จก่อนถึงวันกำหนดส่งเพียงแค่วันเดียว
ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะตัว ที่มีอยู่ในตัวนักสู้ทุกคน ความเกรียนของทุกคนจะมีฉายาที่แตกต่างกัน
ซึ่งจะรู้กันแค่ภายในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น นัด(คอพับ) กิด(พืงเสา) แก็ป(ผู้คุมวิณญาน) บาส(นิทรา)
บัดดี้(เสือหมอบ) ต้องขอขอบคุณนักสู้ทุกคนที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา